top of page

น้ำท่วมขนาดนี้ ขับรถลุยน้ำได้ไหม

16 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยาว 1 นาที

ช่วงฝนตกหนัก ถนนหลายสายอาจมีน้ำท่วมขังหรือน้ำรอการระบาย หลายคนเห็นรถคันหน้าขับผ่านแล้วคิดว่า “รถเราก็น่าจะไปได้” แต่รถแต่ละรุ่นมีความสูงจากพื้นและตำแหน่งอุปกรณ์ต่างกัน อีกทั้งน้ำข้างหน้าอาจลึกกว่าจุดที่มองเห็น ก่อนตัดสินใจขับผ่าน มาดูระดับความเสี่ยงกันค่ะ



วิธีการสังเกตระดับน้ำท่วมก่อนตัดสินใจขับผ่าน

แน่นอนว่าบางครั้งเราไม่สามารถรู้ได้ทันทีว่าจุดข้างหน้ามีน้ำท่วมสูงแค่ไหน เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างปลอดภัย ลองใช้จุดสังเกตรอบตัว

  • สังเกตจากฟุตบาท ถนนในเมืองส่วนใหญ่มักมีฟุตบาท ซึ่งเป็นจุดวัดระดับน้ำที่ง่ายมาก เพราะฟุตบาททั่วไปจะสูงจากพื้นถนนประมาณ 15–20 ซม. หากเห็นว่าน้ำเริ่มท่วมปริ่มขอบฟุตบาท แสดงว่าระดับน้ำขังสูงเกือบ 20 ซม. 

  • สังเกตจากล้อรถคันอื่น ดูระดับน้ำจากรถคันหน้าหรือรถที่ขับสวนมา โดยแนะนำให้เทียบกับ รถประเภทเดียวกับรถของคุณ เพื่อให้ประเมินความสูงได้อย่างแม่นยำที่สุด

    • ถ้าระดับน้ำท่วมสูงประมาณครึ่งล้อหรือต่ำกว่า = ยังพอขับผ่านไปได้ด้วยความระมัดระวัง

    • ถ้าระดับน้ำสูงถึงขอบล้อ หรือเกือบถึงขอบล่างของประตูรถ = ควรหลีกเลี่ยงและหาทางเลี่ยงทันที



ระดับความเสี่ยงเมื่อต้องขับรถลุยน้ำ 

🟢 น้ำลึกประมาณ 5–10 ซม. 

หากน้ำขังนิ่ง มองเห็นพื้นถนนตลอดทาง และแน่ใจว่าข้างหน้าไม่ลึกขึ้น สามารถขับผ่านได้ทุกคัน ควรใช้ความเร็วต่ำ เว้นระยะห่างจากคันหน้า และหลีกเลี่ยงการเบรกหรือเร่งกะทันหัน เพราะเมื่อเบรกเปียกน้ำ ประสิทธิภาพการจับตัวของผ้าเบรกจะลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการเสียการทรงตัวได้


🟢ระดับน้ำสูง 10-20 ซม. 

  รถทุกประเภทยังขับผ่านไปได้ แต่สำหรับรถขนาดเล็ก อาจมีคลื่นน้ำกระทบใต้ท้องรถเมื่อมีรถขับสวนกัน


🟡ระดับน้ำสูง 20-40 ซม. 

รถอีโคคาร์ต้องเริ่มระวัง เนื่องจากใต้ท้องรถทั่วไปสูงจากพื้นประมาณ 15–17 ซม. มีความเสี่ยงที่น้ำจะเริ่มเข้าห้องโดยสารหรือกระทบกับพัดลมระบายความร้อน ส่วนรถ SUV และรถกระบะยกสูงยังสามารถขับผ่านได้ตามปกติ


🟠ระดับน้ำสูง 40-60 ซม.

ระดับนี้เริ่มอันตรายต่อทั้งรถยนต์และผู้ขับขี่ รถขนาดเล็ก ควรหลีกเลี่ยงทันที ส่วนรถ SUV และรถกระบะยกสูงยังพอถูไถผ่านไปได้ ข้อสำคัญคือ ต้องปิดแอร์ขณะขับ เพื่อป้องกันพัดลมแอร์หน้ารถดูดละอองน้ำเข้าเครื่องยนต์จนดับ และควรรักษาความเร็วให้ช้าที่สุดเพื่อลดคลื่นน้ำ


🔴ระดับน้ำสูง 60-80 ซม. 

อันตรายต่อรถทุกประเภท ไม่ควรขับฝ่าน้ำท่วมในระดับนี้ ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถ SUV หรือรถกระบะยกสูง เพราะมีโอกาสสูงมากที่น้ำจะทะลักเข้าท่อไอดีและห้องเครื่องยนต์ สร้างความเสียหายหนักจนเครื่องดับกลางทาง หากไม่ชำนาญห้ามลุยเด็ดขาด เลี่ยงได้เลี่ยงดีที่สุด


🔴ระดับน้ำสูงกว่า 80 ซม. 

ห้ามผ่านโดยเด็ดขาด ปริมาณน้ำระดับนี้สูงถึงไฟหน้าและฝากระโปรง มีความเสี่ยงสูงที่รถจะลอยตัว เสียการยึดเกาะ และถูกกระแสน้ำพัดพาไปได้ ควรเปลี่ยนเส้นทางทันทีเพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน


⚠️ ข้อควรระวังเพิ่มเติม หากน้ำไหลเชี่ยว มองไม่เห็นพื้นถนน หรือไม่ทราบความลึกที่แท้จริง ให้เปลี่ยนเส้นทางทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงระดับที่ระบุข้างต้น เพราะตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เกณฑ์รับรองความปลอดภัยของรถทุกคัน



หากรถดับกลางน้ำ ควรทำอย่างไร

  1. อย่าสตาร์ตรถซ้ำเด็ดขาด เพราะจะทำให้น้ำถูกดูดเข้าสู่ห้องเผาไหม้ จนเครื่องยนต์พังเสียหายหนักขึ้น

  2. ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหลัก และติดต่อเจ้าหน้าที่หรือบริการช่วยเหลือรถสไลด์ออกเพื่อนำรถออกจากพื้นที่

  3. ไม่ควรลงไปเข็นรถในน้ำที่ไหลเชี่ยวหรือมองไม่เห็นพื้น

  4. หลังผ่านน้ำขังตื้นๆ มาได้ ให้ลองย้ำเบรกเบาๆ เป็นระยะในจุดที่ปลอดภัย เพื่อไล่น้ำและเช็กระบบเบรก หากพบอาการผิดปกติ ควรีบนำรถเข้าตรวจเช็กทันที





วองฮอนด้าขอส่งกำลังใจให้ทุกท่านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และสำหรับผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หรือเพิ่งขับผ่านเส้นทางน้ำท่วม สามารถนำรถเข้ามาให้ ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจเช็กสภาพรถ ได้ที่ วองฮอนด้า ทุกสาขา  1) สาขาบางบัว-ศรีปทุม 2) สาขาพญาไท 3) สาขารังสิต 4) สาขาสุขาภิบาล5  พร้อมรับส่วนลดค่าอะไหล่ 30%*  สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line Official : @wonghondagroup



ความคิดเห็น


bottom of page