top of page

ออกรถยนต์ในนามบุคคลธรรมดา กับนิติบุคคล แตกต่างกันอย่างไร?

13ชั่วโมง
ยาว 1 นาที

การซื้อรถยนต์ นอกจากการเลือกรุ่นที่ตอบโจทย์และวางแผนงบประมาณแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่ควรทำความเข้าใจคือ การซื้อในนาม “บุคคลธรรมดา” และ “นิติบุคคล” มีรายละเอียดแตกต่างกันอย่างไร ทั้งในด้านผู้ซื้อและผู้ทำสัญญา เอกสารประกอบการยื่นสินเชื่อ การดูแลจัดการรถ รวมถึงการบันทึกค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะเจ้าของกิจการที่อาจใช้รถทั้งเพื่อการเดินทางส่วนตัวและติดต่อธุรกิจ การทำความเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้เตรียมตัวก่อนออกรถ และวางแผนได้สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานและความพร้อมทางการเงินมากขึ้น



1. ออกรถในนาม "บุคคลธรรมดา"

การออกรถในนามบุคคลธรรมดา คือการใช้ชื่อของบุคคลเป็นผู้ซื้อและผู้ทำสัญญา โดยผู้ซื้ออาจเป็นพนักงานประจำ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือเจ้าของกิจการก็ได้ การเป็นเจ้าของบริษัทจึงไม่ได้หมายความว่าจะต้องซื้อรถในนามบริษัทเสมอไป แต่ควรพิจารณาว่ารถคันนั้นนำมาใช้เพื่ออะไร และต้องการให้ใครเป็นผู้รับผิดชอบตามสัญญา รถที่ซื้อในนามบุคคลธรรมดาอาจใช้สำหรับเดินทางไปทำงาน รับส่งสมาชิกในครอบครัว ท่องเที่ยว หรือนำไปประกอบอาชีพ


เอกสารและการยื่นสินเชื่อ

การยื่นสินเชื่อในนามบุคคลธรรมดา โดยทั่วไปใช้เอกสารเพื่อยืนยันตัวตน รายได้ และความสามารถในการชำระหนี้ 

  1. สำเนาบัตรประชาชน

  2. สำเนาทะเบียนบ้าน

  3. เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือน

  4. รายการเดินบัญชีย้อนหลัง โดยอาจขอประมาณ 3–6 เดือน

สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือเจ้าของกิจการ ผู้ให้สินเชื่ออาจขอหลักฐานเพิ่มเติม เช่น เอกสารแสดงการประกอบธุรกิจ หลักฐานรับเงิน หรือข้อมูลรายรับของกิจการ เพื่อประกอบการพิจารณาความสม่ำเสมอของรายได้

การอนุมัติสินเชื่อไม่ได้พิจารณาจากเอกสารรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงภาระหนี้เดิม ประวัติการชำระเงิน เงินดาวน์ และหลักเกณฑ์ของผู้ให้สินเชื่อแต่ละแห่ง การเตรียมเอกสารครบถ้วนจึงช่วยให้ตรวจสอบข้อมูลได้สะดวกขึ้น แต่ไม่ได้เป็นการรับรองผลอนุมัติสินเชื่อ


การดูแลและจัดการรถ

ผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามสัญญาและค่าใช้จ่ายในการดูแลรถ เช่น ค่างวด ประกันภัย ภาษีรถประจำปี ค่าบำรุงรักษา และค่าซ่อมแซม จึงควรวางแผนงบประมาณให้ครอบคลุมมากกว่าค่างวดรายเดือนเพียงอย่างเดียว

ส่วนการขายต่อหรือโอนรถจะใช้เอกสารของบุคคลและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง หากรถยังอยู่ระหว่างสัญญาเช่าซื้อ กรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ให้เช่าซื้อจนกว่าจะชำระครบและโอนกรรมสิทธิ์ตามสัญญา การขายรถหรือเปลี่ยนผู้รับผิดชอบระหว่างผ่อนจึงต้องตรวจสอบเงื่อนไขกับผู้ให้สินเชื่อก่อนดำเนินการ


การบันทึกค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้รถส่วนตัว โดยทั่วไปไม่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้โดยตรง หากนำรถไปใช้ประกอบอาชีพหรือธุรกิจ ต้องพิจารณาตามประเภทเงินได้ วิธีหักค่าใช้จ่าย และหลักเกณฑ์ภาษีที่เกี่ยวข้อง



2. ออกรถในนาม "บริษัท หรือนิติบุคคล"

การออกรถในนามนิติบุคคล คือการใช้ชื่อนิติบุคคล เช่น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด เป็นผู้ซื้อและผู้ทำสัญญา รถอาจนำมาใช้เป็นรถกองกลางสำหรับพนักงาน รถสำหรับเดินทางไปพบลูกค้า รถสนับสนุนงานบริการ หรือรถประจำตำแหน่งตามนโยบายขององค์กร

แม้เจ้าของกิจการหรือกรรมการจะเป็นผู้ใช้รถ แต่ผู้ซื้อและคู่สัญญาคือนิติบุคคล การรับผิดชอบค่าใช้จ่าย การอนุมัติใช้รถ และการขายหรือโอนในอนาคตจึงต้องพิจารณาในส่วนขององค์กรด้วย โดยรถที่ซื้อเพื่อใช้ในกิจการโดยทั่วไปจะบันทึกเป็นทรัพย์สินตามหลักเกณฑ์ทางบัญชีที่เกี่ยวข้อง


เอกสารและการยื่นสินเชื่อ

การยื่นสินเชื่อในนามนิติบุคคล โดยทั่วไปต้องใช้เอกสารเพื่อแสดงสถานะของกิจการ อำนาจในการทำสัญญา และข้อมูลทางการเงิน เช่น

  1. หนังสือรับรองบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน

  2. เอกสารของกรรมการหรือผู้มีอำนาจลงนาม

  3. งบการเงิน

  4. รายการเดินบัญชีของกิจการ

  5. เอกสารเพิ่มเติมตามที่ผู้ให้สินเชื่อกำหนด เช่น บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือเอกสารอนุมัติการซื้อรถขององค์กร

ผู้ให้สินเชื่อจะพิจารณาฐานะการเงิน ผลประกอบการ กระแสเงินสด ภาระหนี้ และความสามารถในการชำระหนี้ของกิจการ รวมถึงอาจขอผู้ค้ำประกันหรือข้อมูลของกรรมการเพิ่มเติมตามเงื่อนไข

สำหรับกิจการที่เพิ่งจัดตั้งหรือมีข้อมูลทางการเงินย้อนหลังจำกัด ควรสอบถามผู้ให้สินเชื่อล่วงหน้าว่าต้องเตรียมเอกสารใดบ้าง เนื่องจากแต่ละแห่งอาจมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาแตกต่างกัน


การดูแลและจัดการรถ

การใช้รถในนามนิติบุคคลควรมีแนวทางที่ชัดเจน เช่น ใครสามารถใช้รถได้ ใช้สำหรับงานประเภทใด ใครเป็นผู้อนุมัติ และค่าใช้จ่ายรายการใดสามารถเบิกได้ เพื่อให้การดูแลรถและการจัดเก็บเอกสารเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ประกันภัย และค่าซ่อมบำรุง ควรมีหลักฐานประกอบที่เหมาะสม รวมถึงระบุข้อมูลของนิติบุคคลให้ถูกต้องเมื่อจำเป็นต้องใช้เอกสารทางบัญชีหรือภาษี

ส่วนการขายหรือโอนรถต้องดำเนินการโดยผู้มีอำนาจ พร้อมเอกสารของนิติบุคคล และบันทึกรายการทางบัญชีที่เกี่ยวข้อง หากรถยังอยู่ระหว่างสัญญาเช่าซื้อ กรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ให้เช่าซื้อจนกว่าจะครบเงื่อนไขตามสัญญาเช่นเดียวกับการซื้อในนามบุคคลธรรมดา


การบันทึกค่าใช้จ่ายและภาษี

รถที่ซื้อเพื่อใช้ในกิจการ จะบันทึกเป็นทรัพย์สิน และทยอยรับรู้ค่าเสื่อมราคา ส่วนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้งาน เช่น ค่าน้ำมัน ประกันภัย และค่าซ่อมบำรุง ต้องพิจารณาความเกี่ยวข้องกับกิจการ หลักฐานประกอบ และข้อกำหนดทางภาษี

การซื้อรถในนามบริษัทจึงไม่ได้หมายความว่าจะนำราคารถหรือค่างวดทั้งหมดมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ทันที และไม่ได้ทำให้มีสิทธิใช้ภาษีซื้อ VAT ได้ทุกกรณี สิทธิทางภาษีขึ้นอยู่กับประเภทรถ ลักษณะกิจการ และเงื่อนไขตามกฎหมาย

 


FAQ. เงินดาวน์ ดอกเบี้ย และค่างวดต่างกันหรือไม่

ทั้งการซื้อในนามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ผู้ซื้อต้องวางแผนเงินดาวน์ ค่างวด ประกันภัย และค่าบำรุงรักษาเช่นเดียวกัน ส่วนอัตราดอกเบี้ย วงเงิน ระยะเวลาผ่อน และเงื่อนไขอนุมัติ ขึ้นอยู่กับผู้ให้สินเชื่อ คุณสมบัติของผู้ยื่น และข้อเสนอในช่วงเวลานั้น จึงไม่ควรสรุปว่าการซื้อในนามบุคคลธรรมดาจะอนุมัติง่ายกว่า หรือการซื้อในนามบริษัทจะได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าเสมอไป การเปรียบเทียบควรใช้ข้อเสนอจริง โดยดูทั้งยอดเงินดาวน์ ยอดจัดสินเชื่อ จำนวนงวด ค่างวด และยอดชำระรวมตลอดสัญญา

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขอื่นๆ เช่น ค่าใช้จ่ายในวันรับรถ เงื่อนไขผู้ค้ำประกัน การปิดบัญชีก่อนกำหนด และข้อกำหนดด้านประกันภัย เพื่อให้เห็นภาระค่าใช้จ่ายและหน้าที่ตามสัญญาอย่างครบถ้วน





ก่อนตัดสินใจ ควรพิจารณาว่าใครเป็นผู้ใช้รถ ใช้เพื่ออะไร ใครรับผิดชอบค่าใช้จ่าย และต้องจัดการเอกสารอย่างไร หากเกี่ยวข้องกับกิจการ ควรให้ผู้ทำบัญชีช่วยตรวจสอบผลทางบัญชีและภาษีประกอบด้วย และหากสนใจออกรถ Honda สามารถสอบถามรุ่นรถ ราคา และเอกสารเบื้องต้นสำหรับการยื่นสินเชื่อได้ที่ วองฮอนด้า ได้ทั้ง 4 สาขา 1) สาขาบางบัว-ศรีปทุม 2) สาขาพญาไท 3) สาขารังสิต 4) สาขาสุขาภิบาล5 หรือ Line Official : @wonghondagroup


ความคิดเห็น


bottom of page